คุณใช้ครีมกันแบบไหนบ้างคะ......ขอทายว่า คุณจะมีครีมประจำ 1 ตัว กันแดด 1ตัว และบางคน ก็มี 1 ประปุก สำหรับ เช้า ก่อนนอน หมดกระปุกแล้วค่อยว่ากัน ดิฉันทายถูกมั๊ยคะ ก่อนหน้านี้ดิฉันก็เป็นงั้นแหละค่ะ แต่พอหลังจากได้ คุยกับคุณหมอ ที่ดูแลผิวกันมานานท่านหนึ่ง เลยได้ควมรู้มาเสริมค่ะว่า ที่จริงแล้ว ผิวของคนเราเนี๊ย จะเปลี่ยนแปลงทุกวันค่ะ สังเกตุมั๊ยคะ บางวันเรารู้สึก แหม วันนี้หน้าไม่ผ่องเลย คล้ำๆพิก้ล บางวัน ก็หน้าแห้งจัง ยิ้มทีแทบแตก บางวันก็ โอ้ยยย เม็ดอะไรมาจากไหนเน๊ย แน่นเชียว อืม สักษณะเช่นนี้ล่ะค่ะ เราจึงควรมีครีมสำหรับหน้าแต่ละวันของเรา โห ตาโตกันเลยนะคะสาวๆ แปลว่าเราตอ้งเปลืองเงินซื้อครีมเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ คำตอบคือ ประมาณนั้นแหละค่ะ แต่เราไม่จำเป็นต้องซื้อแบบแพงหูฉี่มานี่คะ เราเลือกกระปุกที่ มีสารที่เราต้องการ และราคาพอเหมาะ ราคาพอเหมาะไม่ได้แปลว่าถูกเกินไป นะคะ คืออย่างนี้ค่ะ ขออนุญาตอธิบายนิดนึงนะคะ เช่น วิตามินซี ปกติแล้ว จะเสื่อมเร็วมาก หากโดนแสง ทีนี้ แพคเกจ หรือกระปุกที่ใช้ใส่ครีม จึงสำคัญมาก ราคาของกระปุกก็แพงมาแล้วค่ะ เพื่อเราจะได้ใช้ครีมวิตามินซี ที่สมบูรณ์ และด้วยความที่มันเสื่อมเร็วนี่เอง จึงมีปริมาณไม่มาก มองด้วยสายตา เราคงมองว่าแพง หมดเร็วแน่แค่นี้เอง แต่มันจำเป็นต้องหมดเร็วค่ะ เพราะมันก็เสื่อมไงคะ....พอนึกออกมั๊ยคะ ว่าทำไมเราต้องจ่ายในราคาระดับหนึ่งเพื่อให้ได้ ของคุณภาพดี ...แต่ก็ไม่ต้องขนาดกระปุกละ หมื่นก็ได้นะคะ พอเรารู้ที่มาที่ไปแล้ว เราจะเลือกได้เหมาะเองล่ะค่ะ ภาพเริ่มมาแล้วใช่มั๊ยคะ
ไปต่อเลยค่ะ กับเรื่อง การใช้ครีมหลายๆแบบ หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งวางไว้ข้างๆคอมพิวเตอร์นี่แหละค่ะ หยิบง่ายดี ดิฉันจะมีหลายกะปุกอยู่ค่ะ ทั้งตัวอุ้มความชื้นหนักๆ ไวท์เทนนิ่ง เอเอชเอ วิตามินซี ครีมกันแดด ครีมลบรอยดำ ครีมทารักแร้ขาว เซรั่มยกกระชับ ครีมทาส้นเท้า ยาแต้มสิว .....เยอะมั๊ยคะ แต่ใช้สนุกค่ะ
หลังอาบน้ำเสร็จ สำรวจก่อนเลยว่า เอ มีสิวตั้งท่าจะขึ้นรึปล่าว จะได้แต้มกำจัดแต่เนิ่นๆ ถ้าไม่มี ก็ไม่ต้องทา ต่อมา หยิบวิตะมินซีมาเลยค่ะ แต้มเต็มหน้า เอาแบบเหมาะๆ นะคะ น้อยเกินไปไม่เห็นผล มากเกินไปอุดตัน ทาจนทั่ว แล้วระหว่างรอให้ซึมก็ นั่งเล่นคอมไปค่ะ พอได้ที่ ก็หันมาดูว่า วันนี้ หน้าเราเป็นไง ออ โดนแดดมาเยอะ หมองๆ นะวันนี้ ไวท์เทนนิ่ง มาเลยค่ะ แล้วตามด้วย ตัวอุ้มความชื้นนิดหน่อย เพราะปกติ ผิวค่อนข้างแห้งค่ะ ระหว่างนั้นก็ ใช้ครีมทารักแร้ขาว ตามมาด้วย ครีมทาส้นเท้า อันนี้เพื่อนแหย่ๆบ่อยๆ ว่าน่าจะเอามาทาหน้าได้ ฐานที่ก็ด้านไม่แพ้เท้า.....เพื่อนใจร้าย......กว่าจะเสร็จพิธี ก็แชตไปด้วย อ่านโน่นนี่ไปด้วย ก็ใช้เวลาอยู่เหมือนกันนะคะจะว่าไปแล้ว แต่ผลออกมาคุ้มค่ะ ดิฉันมองว่า มันก็เป็นการปรนนิบัติตัวเอง แสดงออกถึงการรักตัวเองอย่าหนึ่ง เราใช้หน้าหากิน เราก็ควรดูแลมันดีๆ ดิฉันคิดงี้นะคะ
ทีนี้ ค่ะ หากวันไหน พบว่าผิวหน้าดูไม่ใส ดูหนา ไม่เรียบ คืนนั้น ดิฉันจะใช้ ครีมที่มีส่วนผสม เอเอชเอ ค่ะ ใช้ไป จนดูดีขึ้นแล้วก็ว่ากันตามสภาพผิวกันใหม่อีก เอเอชเอ จะเข้าไปกระตุ้นการผลัดผิว พอผิวใหม่ขึ้น เราก็หายจากการผิวหมอง เนื้อผิวดูเนียน ดูสด แล้วในวันที่ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร ดิฉันใช้ยังไง ก็จะใช้วิตะมินซี บวกกับเซรั่ม ยกกระชับค่ะ แล้วก็นอนซะ ตื่นมาก็สวยแระ...
แล้วช่วงเช้าล่ะ ใช้อะไร อันนี้ เราต้องรู้กันอีกนิดนึงนะคะ ว่าครีม บางตัวเค้าไม่ใช้กลางวันกันนะคะ เพราะมันจะทำให้ผิวเราไวต่อแสงมากขึ้น บางคนทำให้แสบแดงได้ เช่นพวก ลบรอยฝ้า รอยดำ เค้าใช้เฉพาะกลางคืนค่ะ ศึกษาดูข้างกล่องดีๆนะคะ แต่ที่แน่ๆ วิตามินซีค่ะ ควรใช้เลยล่ะ เพราะ มันจะดูดซับรังสียูวีเอและยูวีบี ที่มีคลื่นต่ำกว่า 100 นาโนเมตร ได้ พูดให้ง่ายเข้าคือ มันจะทำให้ผิวเราต้านแดดได้ดีขึ้น ไม่ไหม้ ไม่หมอง เร็ว เพราะฉนั้น ล้างหน้าเสร็จ ดิฉันลงวิตามินซีเลยค่ะ แล้ว ตามด้วยครีมกันแดด หลังจากนั้นก็แต่งหน้าตามปกติ สวยไปได้ทั้งวัน.... |
 |
แต่งหน้าทุกวันอย่างดิฉัน ลงรองพื้นซะขนาดนี้ เวลาล้างหน้าต้องทำไง ....สำหรับดิฉันแล้ว การล้างหน้า เป็นเรื่องกล้วยๆเลยค่ะ ใช้ น้ำมันนี่แหละทำปฏิกิริยากะสิ่งที่โปะหน้าเรา ใช้ออยล์ค่ะ ยี่ห้อ ซึ่งหาได้ตามห้างทั่วๆไป เอามาหยดที่หน้าแล้วนวดไปให้ทั่วค่ะ ไปที่ตาด้วย นวดเอามาสคาร่าออก แล้วเอา ฟองน้ำ ชุบน้ำเช็ดออก ตามด้วยสบู่เหลวเด็ก เป็นอันเสร็จพิธี ไม่ยากค่ะ ไม่แพงด้วย แต่แล้วแต่คนนะคะ บางคนเจอผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วพอใจ ก็ใช้ได้ค่ะ เลือกให้เหมาะเป็นอันจบ
นอกจากใช้ครีม ดิฉันยอมรับค่ะ ว่าใช้วิวัฒนาการอื่นด้วย เช่น เลเซอร์ ไอพีแอล เพื่อนจัดการกับกระ ที่เกิดจากการไปดำน้ำ ออกทะเล ผลที่ได้เป็นของแถมคือ ผิวหน้าได้รับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระดับลึกกว่าครีม แล้วก็อีกตัวที่ ใช้ คือเลเซอร์อาร์เอฟ สำหรับ กระตุ้นคอลลาเจนในระดับลึกเข้าไปอีกชั้น เพื่อการยกกระชับหน้า ไม่ให้หย่อยคล้อยเกินงาม หลังจากนั้น ก็กลับมาใช้ครีมตามปกติ ก็เสริมๆกันไปค่ะ
ครั้งหนึ่ง ได้ปรึกษาเรื่องครีมกับด๊อกเตอร์ท่านหนึ่งค่ะ สิ่งที่ทำให้ดิฉันทึ่งคือ เค้าอายุ 40 กว่าเข้าไปล้ว แต่หน้า นิ่งมาก ริ้วรอยเป็นศูนย์ ซึ่ง นั่งมองระยะใกล้ขนาดนั้น พอดูออกว่าไม่ได้ศัลยกรรมอะไรมาแน่ เลยตัดสินใจถามไปค่ะ คำตอบคือการทาครีมล้วนๆ ด้วยการเลือกที่เหมาะกะผิว และทาในปริมาณที่เหมาะกับความต้องการของผิว ด๊อกเตอร์บอกว่า ทั้งครอบครัวผิวดีกันหมด เพราะเรียนรู้วิธีการเลือกครีม และทาครีม ได้เหมาะนี่แหละค่ะ ท่านไม่ส่งเสริมให้เราฉีดโบท๊อกซ์กันเลย ซึ่งวันนั้นดิฉันเสนอความเห็นไปค่ะว่า เราทาครีมกันมาชั่วชีวิต ไม่เห็นว่ามันจะได้ผลไรมากมายอย่างท่านนี่คะ เค้าตอบมาว่า เราต้องดูด้วยว่า ปริมาณสารสำคัญ หรือที่เรียกว่า สารออกฤทธิ์น่ะ มันได้โดส ที่เหมาะรึปล่าว
หลายๆผลิตภัณฑ์ผลิตออกมาในราคาตลาด แน่นอน หากรู้เรื่องนี้ลึกๆ จะพบว่า ปริมาณสารออกฤทธิ์ไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่จะช่วยให้เกิดปฎิกิริยาอะไรเลย อืม อันนี้เราไม่ได้คิดกันเลยเนอะ....
การใส่สารออกฤทธิ์แบบเต็มพิกัดเป็นเรื่องสำคัญค่ะ เราควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใส่สารสำคัญแบบ max dose นั่นก็คือ เต็มพิกัดเท่าที่ร่างกายเราจะรับได้ ค่ะ
|
 |
เลือกครีมให้เหมาะ….. ปัญหาอย่างนึง ที่พวกเราเป็นกันเสมอคือ เราจะหาคำตอบว่าเราจะเลือกครีมกระปุกไหนนะ ที่มันใช่สำหรับเรา ดิฉันเองก็คิดมานานค่ะ คิดไปสารพัด ว่าต้องงั้นงี้โง้น ใส่ความวิชาการลงไป ใส่ความรู้ลงไป..... ที่ไหนได้ คุณหมอ บอกง่ายๆค่ะ หากใช้ครีมตัวไหนแล้วรู้สึกดี แปลว่าใช่ ดูง่ายขนาดนี้เลยเหรอ ใช่ค่ะ ง่ายแค่นี้เอง พอฟังจบ ก็กลับมาใช้ครีมตามปกติ พอเช้าขึ้นมา เออ หน้าตาชุ่มๆ เนียนๆ อ๋อ มันรู้สึกดีงี้นี่เอง แล้วเราก็ได้คำตอบในทันใดว่า ครีมตัวนี้แหละ ใช่เลย...
โห ผื่นขึ้น แพ้ครีมแน่ๆ ทำไงดี..... เนื่องจากดิฉันเป็นตัวแพ้ครีมขั้นเทพ เลยไปหาหมอผิวหนังบ่อยมาก คุณหมอ ตอบมาเพียง ก็หยุดใช้ จบ... ขยายความนะคะ ในขั้นแรก เราหยุดใช้ทันทีค่ะ แล้วขั้นต่อมา เราก็มาดูว่า รอยผื่นคัน ที่เกิดขึ้นเป็นยังไง บางทีหากไม่มาก เพียงหยุดใช้ครีม ผื่นก็หาย แต่หากเป็นมาก เราก็รักษาผื่นอีกทีนึง ไม่ยุ่งยากค่ะ
ทีนี้ หลายๆคน ที่ดิฉันได้ยินเค้าคุยๆกัน เวลาที่เกิดการใช้แล้วแพ้ มักได้ยินประโยค...ครีมนี้อ่ะ ใช้ไม่ดีหรอก ชั้นใช้นะผื่นขึ้นเต็มหน้าเลย อย่าใช้เลย ทอ จิงจิ๊งงง....ในความเห็นของดิฉัน ในฐานะ ที่แพ้ได้แพ้ดี พบว่า คนเราไวต่อสารเคมีไม่เท่ากันค่ะ บางคนที่เค้าไม่ไวขนาดนั้น ก็ไม่เกิดปฎิกิริยาอะไร สารก็ออกฤทธิ์ตามปกติ หน้าออกมาใสเชียว ได้ผลตามนั้น แปลว่า หากเราแพ้ แปลว่าเรา แพ้มันเองค่ะ ไม่เกี่ยวกับว่า ครีมกระปุกนั้นดีหรือไม่ดี เพราะฉนั้น อย่าไปโทษครีมนะคะ ยกเว้นเสียแต่ว่า หากครีมตัวนั้นมีสารต้องห้าม เช่น ปรอท อันนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง.....ดิฉันเคยซื้อครีม ราคาเกือบหมื่นค่ะ ปรุงกันตามที่เรียกว่า เยี่ยมที่สุดกันตรงนั้นเลย ดิฉันเรียกว่าครีมในฝันค่ะ เพื่อนๆ ผู้ช่ำชองการทาครีม ล้วนแต่การันตีว่า แจ๋ว ปรากฏว่า เพียงครั้งแรกที่ทา เช้าขึ้นมา หน้าเป็นเม็ด แล้วบนเม็ดมีหนองเล็กๆอีกที โอวววว...มันช่างหดหู่ ก็ยกให้เพื่อนอีกคนไปใช้ แล้วไงรู้มั๊ยคะ เค้าไม่เป็นไรค่ะ ผ่านไป 2 อาทิตย์รู้สึกได้เลยว่าหน้าเค้าใส ดูเกลี้ยงเกลา กว่าตอนก่อนใช้.......เฮ้อออ ครีมไม่ดีเหรอ ไม่ใช่แน่นอนค่ะ เราต่างหากที่ร่างกายไม่รับเคมีตัวนี้ ก็ไม่ยากค่ะ หาตัวใหม่ที่เหมาะ แค่นั้นเองค่ะ...
หากแพ้แล้วจะใช้ตัวไหนดี....ก็เลือกตัวที่ใช้แล้วไม่แพ้ค่ะ ตัวที่เรารู้สึกดี.....จบเลยค่ะ
สุดท้าย เราทราบกันดี แต่ไม่มีใครทำ รวมทั้งดิฉันด้วย คือที่เค้าให้ทดสอบก่อนใช้ ทาไว้ที่ข้อพับ 24 ชั่วโมง หากไม่เกิดการคันอะไรขึ้นมาถือว่าใช้กะเราได้....ก็ลองดูก็ดีนะคะ จะได้ไม่บ่นกันทีหลัง เนอะ
ปล. เชื่อมั๊ยคะ ด้วยความสัตย์จริง ดิฉันจนทุกวันนี้ ยังไม่เคยทดสอบเลย เอาหน้านี่แหละ ทาเล้ย แพ้ขึ้นมาทา เพื่อนคอยแต่สมน้ำหน้าค่ะ
มาถึงเรื่องเนื้อครีม ดิฉันชอบ การซึมลงสู่ใต้ผิวอย่างรวดเร็วค่ะ ในการเลือกเซรั่ม จึงเลือกแบบน้ำ ซึมซาบเร็ว ไม่ทิ้งคราบ ส่วนที่เหลือ ก็จะเป็นเนื้อครีม ละเอียด เวลาทาตัวอื่นลงซ้ำจะได้ไม่หลุดลอก ทั้งหมดไม่มีกลิ่นค่ะ จะเหลือก็แค่กลิ่นเคมีสดๆ เนื่องจาก เราเป็นคนทาครีมหลายชั้น พอครีมแต่ละตัวมีกลิ่น กลิ่นก็มาตีกันค่ะ เลยขอทาอย่างสงบสุขดีกว่า สวยแบบไร้กลิ่นน่าจะดี เป็นไงคะ แบ่งปันวิธีการดูแลผิวให้ได้รู้กัน จะได้เลือกครีมกันได้ถูกใจ ถูกผิว และถูกวัย ...ขอให้มีความสุขกับการดูแลผิวสวยนะคะ..

|