ของจริง
เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ปี2009 ดิฉันได้มีประสบการณ์เดินแบบ บนเวที เป็นครั้งแรก ซึ่งสิ่งที่ได้เรียนรู้ ไม่ใช่ความรู้สึกบรรเจิด ตอนเดินระเหิดระหงบนเวที ท่ามกลางสายตาผู้คนค่ะ แต่มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังฉาก...
ก่อนหน้าวันเดินแบบนั้น ดิฉันได้รับโทรศัพท์ เสียงคุ้นหูมาก แต่นึกไม่ออก จนต้นสายแนะนำตัวว่า เค้าคือ สุริวิภา พี่หนูแหม่ม ถึงตอนนั้น ดิฉันนอนๆอยู่ เด้งขึ้นมาเลยค่ะ...... พี่อยากขอเชิญน้องมาเป็นเซเลป มาช่วยเดินแบบให้พี่ น้องพอจะมีเวลาให้พี่มั๊ยคะ....โอววว คนระดับนี้เค้าพูดขอกันอย่างนี้เหรอ เค้าอ่อนน้อม ขนาดนี้เหรอ เค้าโทรมาเองเหรอ เค้าไม่ได้ให้ลูกน้องโทรมาเหรอ แค่ติดต่อ พิธีกรหน้าตา งงๆ คนนึง แต่คุณรู้มั๊ยคะ เมื่อคนเราได้รับเกียรติจากบุคคลที่มีชื่อเสียงขนาดนี้ เราจะรู้สึกอย่างไร.......... เราจะตัวโตค่ะ หลังจากนั้นเราจะตกลง และยืดตัวขึ้น และเฝ้ารอวันที่จะได้ร่วมงานค่ะ ดิฉันเป็นอย่างนั้นเลย
.....แล้วก็มาถึงวันงาน แน่นอนดิฉันตั้งตารอค่ะ แหม เกิดมาส่วนสูง 152 เซนต์ อวัยวะทุกอย่างสั้นหมด มันจะได้ขึ้นแคทวอค วันไหน ก็นี่แหละครั้งหนึ่งในชีวิตล่ะ พี่หนูแหม่มพอเห็นเราปุ๊ป ก็เดินเข้ามาจูงมือเลยค่ะ ถามเราว่ากินอะไรแล้วยัง แล้วก็ให้ลูกน้องพาเราไปที่ห้อง ย้ำกะลูกน้องว่า ให้ดูแลอย่างดี โอ้โห เพิ่งรู้สึกก็วันนี้ว่าการเป็นคนสำคัญมันเป็นยังไง |
 |
ตลอดเวลาที่อยู่ที่ห้องแต่งตัว พี่หนูแหม่ม คอยมาถามไถ่ตลอดว่า หิวมั๊ย เบื่อมั๊ย อยากกินไรมั๊ย พอจะแต่งหน้า ก็พาเราไปให้ช่างที่ดีที่สุด พอจะทำผม ก็พาไปหาช่างที่ดีที่สุด ที่จัดไว้ให้ อะไรกันนี่ เราเป็นเจ้าหญิงไปแล้วเหรอ .......... แต่มันยอดมากค่ะ ปรกติหากมางานที่เต็มไปด้วยบุคคลมีชื่อเสียง ดิฉันมักจะใจฝ่อ เหลือตัวเล็กนิดเดียว.... แต่ครั้งนี้เราตัวโตเหลือเกิน
เพิ่งเข้าใจวันนี้เองค่ะ คุณผู้อ่านคะ คนที่ยิ่งใหญ่ตัวจริงเค้าจะไม่กดใครให้ต่ำกว่า ไม่ทำให้คนอยู่ข้างๆ ดูด้อยค่า ไม่มีการอวดเบ่งว่าข้านี้แน่ แต่ เค้าจะทำให้คนที่อยู่รอบๆตัวเค้ารู้สึกยิ่งใหญ่และ มีเกียรติ ไปด้วยค่ะ นี่คือ บทเรียนที่ดิฉันจะต้องเรียนรู้ไว้เลยล่ะค่ะ หากวันหนึ่งเราอยากเป็นใหญ่เป็นโต เราคงต้องถือปฎิบัติให้ถูกทาง เราคงไม่ใหญ่โตไปได้ด้วยการทำให้ผู้อื่นดูด้อยค่า ต้องขอบคุณพี่หนูแหม่มนะคะ ที่เชิญไปเดินแบบในวันนั้น พร้อมกับการเรียนรู้ครั้งสำคัญ ขอบคุณค่ะ....
พัทรวี บุญประเสริฐ